สรุป Determiner คือ? มีอะไรบ้าง ตัวอย่างการใช้คำนำหน้านาม

สรุป Determiner คืออะไร เลือกใช้ยังไง มีอะไรบ้าง

หลายคนอาจจะเคยเห็นคำที่ใช้นำหน้า หรือขึ้นต้นประโยคอย่างเช่น A, an, the, this, that ที่เรียกได้ว่ามักจะเจออยู่ในแทบทุกประโยคเลยก็ว่าได้ แล้วรู้หรือไม่ว่าคำเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มของ Determiner ซึ่งเป็นหลักแกรมม่าขั้นพื้นฐานที่เราเรียนกันมาตั้งแต่เด็กๆ แต่หลายๆคนอาจจะหลงลืมไปบ้าง หรือยังไม่ค่อยเข้าใจว่า Determiner คืออะไร Determiner มีอะไรบ้าง และ Determiner ใช้ยังไงให้ถูกหลัก Grammar วันนี้เรามาเจาะลึกเนื้อหาเกี่ยวกับ Determiner กันดีกว่า

 

Determiner คืออะไร

ก่อนอื่นเรามาทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับ Prefix Suffix กันสักนิด จะเห็นได้ว่าคำว่า Determiner มาจากรากศัพท์คำว่า Determine แปลว่า เป็นตัวกำหนด ทำหน้าที่เป็นคำกริยา เมื่อเติม Suffix ‘-er’ เข้าไปแล้ว ทำให้เปลี่ยนชนิดของคำ จากคำกริยากลายมาเป็นคำนาม ซึ่ง Determiner หมายความว่าตัวกำหนดนั่นเอง

 

ดังนั้นแล้ว Determiner คือคำที่ใช้วางนำหน้าคำนามเพื่อขยายความ ทำให้คำนามนั้นมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ตัวอย่างเช่น Give me that book. นอกจากนี้ Determiner สามารถใช้เพื่ออธิบายสิ่งที่คำนามนั้นพูดถึง อ้างอิงถึง ตัวอย่างเช่น My car is parked on the 3rd floor. อีกทั้งยังสามารถใช้แสดงถึงปริมาณ หรือตัวเลข ตัวอย่างเช่น I drink two cups of coffee every day.

 

Determiner มีกี่ประเภท

Determiner นั้นแบ่งออกเป็น 6 ประเภทตามการใช้งาน ประกอบด้วย Articles, Possessives, Demonstratives, Quantifiers, Numbers และ Distributives โดยหน้าที่หลักของ Determiner ทุกประเภทก็คืออธิบายคำนาม หรือแสดงข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ฟังดูแล้วอาจจะคล้ายกันกับหน้าที่ของคำวิเศษณ์ หรือ Adjective แต่ทั้ง 2 ชนิดก็มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ จำไว้เสมอว่า หากต้องการขยายความคำนามคำใดก็ตาม Determiner จะมาก่อน Adjective เสมอ และปิดท้ายด้วยคำนามคำนั้น

 

1. Articles คืออะไร ใช้ยังไง

เรามาเริ่มกันที่ Determiner ประเภทแรก นั่นก็คือ Articles ประกอบไปด้วย A, an, the

 

  • Article ‘A’ ทำหน้าที่กล่าวหรืออ้างถึงคำนามทั่วไปหรือเป็นคำนามที่ไม่เฉพาะเจาะจง

ตัวอย่างเช่น A cat has four legs.

 

  • Article ‘An’ ทำหน้าที่กล่าวหรืออ้างถึงคำนามทั่วไปหรือเป็นคำนามที่ไม่เฉพาะเจาะจง เช่นเดียวกันกับ ‘A’ แต่ ‘An’ จะใช้วางหน้าคำนามที่ขึ้นต้นด้วยเสียงสระ (คำที่ขึ้นด้วยเสียง อ.อ่าง) นั่นเอง ตัวอย่างเช่น An alligator can swim.

 

  • Article ‘The’ ทำหน้าที่กล่าวหรืออ้างถึงคำนามที่เฉพาะเจาะจง หรือคำนามที่เป็นชื่อเฉพาะ ตัวอย่างเช่น Where is the restaurant that you told me about last week?

 

*ข้อควรระวัง มีคำหลายคำที่ขึ้นต้นด้วยสระ A, E, I, O, U ซึ่งหลายคนจะเข้าใจว่าคำที่ขึ้นด้วย A E I O U ใช้กับ an เสมอ แต่ว่าจริง ๆ ต้องดูที่เสียงโดยเฉพาะตัว U ที่ออกเสียงว่า ‘ยู’ จะนำหน้าด้วย Article ‘A’ ตัวอย่างเช่น a uniform, a unicorn, a university เป็นต้น และคำที่ขึ้นต้นด้วย ‘H’ ที่อ่านออกเสียงว่า ‘ออ’ จะนำหน้าด้วย Article ‘An’ เพื่อช่วยในการอ่านออกเสียง ตัวอย่างเช่น an hour, an honour, an honest man

 

2. Possessive Determiners คือ

Possessive determiners จัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกันกับ Possessive adjective ซึ่งก็คือเป็นคำที่ใช้วางนำหน้าคำนามเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ประกอบไปด้วย My, your, his, her, its, our และ their

 

  • Possessive Determiner ‘My’ ใช้เพื่อแสดงว่าของสิ่งนี้เป็นของตัวผู้พูดหรือผู้เขียนเอง

ตัวอย่างเช่น This is my phone number.

 

  • Possessive Determiner ‘Your’ ใช้เพื่อแสดงว่าของสิ่งนี้เป็นของบุคคลที่ 2 ที่เรากำลังคุยด้วย

ตัวอย่างเช่น What is your favorite music?

 

  • Possessive Determiner ‘His’ ใช้เพื่อแสดงว่าของสิ่งนี้เป็นของบุคคลที่ 3 ที่เป็นผู้ชายที่เรากำลังกล่าวถึงตัวอย่างเช่น Peter turned off his phone because he has a meeting right now.

 

  • Possessive Determiner ‘Her’ ใช้เพื่อแสดงว่าของสิ่งนี้เป็นของบุคคลที่ 3 ที่เป็นผู้หญิงที่เรากำลังกล่าวถึงตัวอย่างเช่น Mary left her wallet on the office desk.

 

  • Possessive Determiner ‘Its’ ใช้เพื่อแสดงว่าของสิ่งนี้เป็นของสัตว์หรือสิ่งไม่มีชีวิต My cat licks its paw every 5 minutes.

 

  • Possessive Determiner ‘Our’ ใช้เพื่อแสดงว่าของสิ่งนี้เป็นของตัวผู้พูดหรือผู้เขียนและอีกหลายๆคน ตัวอย่างเช่น Celene is our new English teacher.

 

  • Possessive Determiner ‘Their’ ใช้เพื่อแสดงว่าของสิ่งนี้เป็นของคน สัตว์ หรือสิ่งของจำนวนมากกว่า 1 ขึ้นไปตัวอย่างเช่น Before attending a swimming lesson, students must keep their belongings in their lockers.

 

สรุป Possessive determiners คือการขยายคำนามเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ โดยจะผันตามประธานที่เป็นเจ้าของของสิ่งๆนั้นเท่านั้น เราจะไม่โฟกัสถึงจำนวนของคำนามที่เรากำลังกล่าวถึง

 

3. Demonstratives คือ

Demonstratives คือคำที่ใช้นำหน้าคำนามเพื่อระบุความใกล้ไกลและพจน์ (จำนวน) ประกอบด้วย This, that, these และ those

 

  • Demonstrative ‘This’ ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของที่เป็นเอกพจน์ที่อยู่ใกล้ตัวผู้พูด

ตัวอย่างเช่น This table is unstable. Can I move to that table near the stage?

 

  • Demonstrative ‘These’ ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของที่เป็นพหูพจน์ที่อยู่ใกล้ตัวผู้พูด

ตัวอย่างเช่น These books are not mine.

 

  • Demonstrative ‘That’ ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของที่เป็นเอกพจน์ที่อยู่ไกลตัวผู้พูด

ตัวอย่างเช่น That girl is so hot.

 

  • Demonstrative ‘Those’ ใช้นำหน้าคำนามที่เป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของที่เป็นพหูพจน์ที่อยู่ไกลตัวผู้พูดตัวอย่างเช่น These cat are Scottish Fold. Those cats are British Shorthair.

 

4. Quantifiers คือ

Quantifiers คือคำที่ใช้นำหน้าคำนามเพื่อระบุปริมาณแบบไม่ชี้เฉพาะเจาะจง ประกอบไปด้วย All, many, much, any, some, a few/few, a little/little, a lot of/lot of, no เป็นต้น

 

  • All หมายความว่า ทั้งหมด ใช้นำหน้าคำนามที่นับได้และนับไม่ได้

ตัวอย่างเช่น He bought all the flowers.

 

  • Many หมายความว่า มาก ใช้นำหน้าคำนามที่นับได้

ตัวอย่างเช่น Many issues occurred while you were on vacation.

 

  • Much หมายความว่า มาก ใช้นำหน้าคำนามที่นับไม่ได้

ตัวอย่างเช่น Linda has much money in this trip.

 

  • Any หมายความว่า จำนวนหนึ่ง บ้าง บาง ใช้นำหน้าคำนามพหูพจน์ที่นับได้และคำนามเอกพจน์ซึ่งนับไม่ได้ ส่วนใหญ่มักใช้ในประโยคคำถามและประโยคปฏิเสธ

ตัวอย่างเช่น Do you have any questions?

 

  • Some หมายความว่า จำนวนหนึ่ง บ้าง บาง ใช้นำหน้าคำนามพหูพจน์ที่นับได้และคำนามเอกพจน์ซึ่งนับไม่ได้ เช่นเดียวกันกับ Any แต่ Some มักจะใช้ในประโยคบอกเล่า และบางประโยคคำถามซึ่งเป็นข้อเสนอต่าง ๆ

ตัวอย่างเช่น I need some papers. Would you like some drinks?

 

  • A few/few หมายความว่า เล็กน้อย ใช้นำหน้าคำนามพหูพจน์ที่นับได้

ตัวอย่างเช่น There are few passengers flying to Trung this week. Teachers will come in a few minutes.

 

  • A little/little หมายความว่า น้อย เล็กน้อย ใช้นำหน้าคำนามที่นับไม่ได้

ตัวอย่างเช่น I have little hope to win this game. My mother gave me a little money after I helped her prepare dinner.

 

  • No หมายความว่า ไม่มีเลย ใช้นำหน้าคำนามที่นับได้เอกพจน์และพหูพจน์ และคำนามนับไม่ได้

ตัวอย่างเช่น I have no idea.

 

และนอกจากคำที่ยกตัวอย่างด้านบน ยังมี Quantifiers อีกมากมาย สรุป Quantifiers คือคำบอกปริมาณ หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรามักพบเห็นกันบ่อย นั่นก็คือ Indefinite adjectives นั่นเอง

 

5. Numbers (Determiner)

Numbers ใช้นำหน้าคำนามเพื่อบอกปริมาณเช่นเดียวกันกับ Quantifiers เพียงแต่ Numbers นั้นจะบอกถึงปริมาณที่ชัดเจน

ตัวอย่างเช่น

  • Three students didn’t hand in their homework. They will receive zero points.
  • You should take two paracetamol tablets after breakfast and dinner.
  • I only have one ticket left for the BLACKPINK concert. Who wants to join me?

 

6. Distributives

Determiner ประเภทสุดท้ายนั่นก็คือ Distributives ใช้นำหน้าคำนามหรือกลุ่มของคำนามเพื่ออ้างถึงกลุ่ม หรือเจาะจงรายบุคคลหรือสิ่งของภายในกลุ่มนั้นๆ ซึ่งอาจจะบอกถึงปริมาณด้วย ประกอบไปด้วย All, each, every, both, half, either, neither เป็นต้น

ตัวอย่างเช่น

  • Half of the students are absent today.
  • Jennie got an A in every subject.
  • Each kid has their own glass.
  • Either skirt was stunning. I can’t make a decision.
  • Neither Ester nor Silvie passes the exam.
  • Both mascara and eyeliner are waterproof.

 

Determiner สรุปแล้วนั้น เป็นคำที่ใช้นำหน้าคำนาม เพื่อทำหน้าที่ขยายความ แสดงความเป็นเจ้าของ บ่งบอกปริมาณ หรืออ้างอิงต่างๆ บางชนิดถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกันกับ Adjectives ด้วย Determiner คำศัพท์เยอะมาก ไม่จำเป็นต้องจำทั้งหมดว่ามีคำว่าอะไรบ้าง เพียงแต่ทำความเข้าใจกับหน้าที่การใช้งานของ Determiner คำศัพท์แต่ละตัว

 

นอกจากนี้นั้น Determiner ไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่หน้าประโยคเสมอไป สามารถวางนำหน้าคำนามที่อยู่ในประโยคนั้นได้ ขอเพียงจำไว้เสมอว่า Determiner นั้นต้องมาก่อน Adjectives และปิดท้ายด้วยคำนามเสมอ เรื่อง Determiner นั้น แม้เป็นพื้นฐานของแกรมม่าก็จริง เป็นเรื่องง่ายๆที่ใกล้ตัวเพราะเราได้เรียนมากันตั้งแต่เด็กๆ แต่หากไม่ทบทวนความจำ ใช้งานบ่อยๆบางทีก็อาจจะลืมหรือสับสนกันได้ บทความนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างมากในการช่วยทบทวนความจำเกี่ยวกับเรื่อง Determiner

 

เรียนภาษาอังกฤษกับ Premier Prep

จบกันไปแล้วสำหรับเรื่อง Determiner หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกๆ คนนะ ว่าแล้วก็ถึงเวลาขายของ! ถ้าสนใจยังหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ไม่ได้ ขอฝาก Premier Prep ไว้ในอ้อมใจด้วยนะ Premier Prep สอนตั้งแต่พื้นฐาน ยัน สอบ TCAS

ทดลองเรียนฟรี