3. Phrase, Clause และการสร้าง Sentence
การสร้างประโยคภาษาอังกฤษต้องอาศัยองค์ความรู้ Grammar เรื่อง เรื่อง Part of Speech เพราะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้รับสารเข้าใจใจความของประโยคชัดเจน ซึ่งหนึ่งในหัวข้อสำคัญคือ Tense ที่ช่วยสื่อสารเกี่ยวกับเวลาที่เหตุการณ์นั้นๆ เกิดขึ้น แต่ Grammar อย่าง Part of Speech เพียงอย่างเดียวยังไม่ทำให้เราสร้างประโยคได้ เพราะก่อนอื่น เราต้องเอา Parts of Speech มาสร้างเป็น Phrase ก่อน
Phrase หรือ วลี เป็นกลุ่มคำที่ประกอบด้วยคำตั้งแต่ 2 คำขึ้นไปรวมตัวกันอย่างมีความหมายเพื่อทำหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งในประโยค เช่น เป็นประธาน กริยา กรรม ส่วนขยาย เป็นต้น แบ่งออกเป็น 5 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
1. Noun phrase ทำหน้าที่เหมือนคำนามทั่วไป (Noun) คือเป็นได้ทั้งประธานและกรรม
ตัวอย่าง Noun phrase:
- Classical music is my life. เกิดจากการนำ Parts of Speech มาประกอบกัน ดังนี้
Classical = Adjective (ขยาย Noun) และ music = Noun เป็นคำนามหลัก ทั้งสองคำประกอบกันเป็นประธานของประโยค
2. Verb phrase คือ กริยาหลัก (Main verb) หรืออาจเป็น Helping Verb (กริยาช่วย) ไม่ว่าจะเป็น Auxiliary + Modal + กริยารูปต่าง ๆ ตามไวยากรณ์ แล้วทำหน้าที่เป็นกริยาหลัก
ตัวอย่าง Verb phrase:
- I will leave this town tomorrow.
will = Auxiliary, leave = กริยารูปไม่ผัน ซึ่งผันตามไวยากรณ์ที่ต้องตามหลัง will ทั้งสองคำรวมกันทำหน้าที่เป็นกริยาหลักของประโยค
3. Adjective phrase ประกอบด้วยคำคุณศัพท์และส่วนขยายคำคุณศัพท์ โดยจะวางอยู่หน้าหรือหลังของนามหรือสรรพนามก็ได้ ทำหน้าที่เหมือนคำคุณศัพท์ทั่วไป
ตัวอย่าง Adjective phrase:
- This girl is quite polite.
เกิดจากการนำ Parts of Speech นำมาประกอบกันดังนี้
quite = Adverb (ขยาย Adjective คือ polite) และ polite = Adjective ทั้งสองคำรวมกันเป็น Adjective Phrase ขยายคำนามที่ประธาน นั่นคือ The girl
4. Adverb phrase ประกอบด้วย Adverb (คำกริยาวิเศษณ์) กับส่วนขยาย ทำหน้าที่ขยายคำกริยา คำคุณศัพท์ หรือขยายคำกริยาวิเศษณ์
ตัวอย่าง Adverb phrase:
- The machine is running too fast.
เกิดจากการนำ Parts of Speech นำมาประกอบกัน ดังนี้
too = Adverb (ขยาย Adverb คำว่า fast), fast = Adverb ทั้งสองคำรวมกันเป็น Adverb phrase ทำหน้าที่ขยายคำกริยา ‘is running’
5. Prepositional phrase ประกอบด้วยคำบุพบท (Preposition) ส่วนเติมเต็ม (complement) ที่เป็น Noun phrase, Noun clause หรือ Gerund (V.ing) ทำหน้าที่ขยายคำนาม คำกริยา คำคุณศัพท์ หรือขยายทั้งประโยค
ตัวอย่าง Prepositional phrase:
- There are no cars in the car park.
in = Preposition, the car park = Noun phrase ทำหน้าที่ขยายประโยค ‘There are no cars.’
เมื่อนำ Phrase หลายๆ ชนิดมาประกอบกันตามหลักไวยากรณ์โดยมี Verb phrase เป็นองค์ประกอบ จะได้เป็น Clause ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังต่อไปนี้
- Main Clause หรือ Independent Clause เป็นประโยคใจความหลักที่มีความสมบูรณ์ภายในตัว
ตัวอย่าง: Tina hasn’t lived here very long; she doesn’t know many people.
คำอธิบาย: ทั้ง 2 Clauses เป็น Independent Clause ที่สามารถแยกออกจากกันได้โดยยังเป็นประโยคที่สมบูรณ์และมีความหมายชัดเจน
- Subordinate Clause หรือ Dependent Clause เป็นประโยคที่ไม่สมบูรณ์ มีความหมายไม่ชัดเจน โดยปกติจะใช้ประกอบกับ Main Clause เพื่อขยายความ Main Clause
ตัวอย่าง: When the sun rises, the morning glory flowers bloom.
คำอธิบาย: When the sun rises = Subordinate clause
(“เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น” จะมีความหมายไม่สมบูรณ์ในตัว)
the morning glory flowers bloom = Main Clause
(“ดอกมอร์นิง กลอรี ผลิบาน” มีความหมายสมบูรณ์อยู่แล้วในตัว)
Phrase ที่นำมาประกอบกัน จะรวมกันเป็น Clause และ Sentence นั่นเอง การทำความเข้าใจพื้นฐานของเรื่อง Parts of Speech ตั้งแต่แรกเริ่ม จะทำให้เราสามารถสร้าง Sentence ที่สมบูรณ์ สละสลวยได้ และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการเขียน Essay