Skimming และ Scanning เทคนิคการอ่านช่วยเพิ่มคะแนนสอบ Reading

Skimming และ Scanning เทคนิคการอ่านภาษาอังกฤษเพิ่มโอกาสพิชิตข้อสอบ Reading

หลายคนมีมักพบปัญหาเวลาเจอข้อสอบ Reading ที่เป็น Passage ยาวๆ หรือมีหลาย Paragraphs หากจะต้องอ่านเนื้อหาทั้งหมดทุกตัวอักษรนั้น จำเป็นต้องใช้เวลาในการอ่านนาน อีกทั้งยังต้องเสียเวลาอ่านโจทย์ และมาหาคำตอบใน Reading อีก ซึ่งอาจจะทำให้ทำข้อสอบทั้งหมดไม่ทัน และต้องเสียคะแนนในส่วนนี้ไปเยอะพอสมควร เพราะการที่จะตอบแต่ละคำถามได้นั้นจำเป็นต้องเข้าใจเนื้อหาทั้งหมด ไม่สามารถสุ่มเดาคำตอบจากการอ่านคำถามอย่างเดียวได้เลย

 

Premier Prep ขอนำเสนอวิธีง่ายๆ แต่สามารถใช้ทำข้อสอบ Reading ได้จริง นั่นก็คือการ Skimming และ Scanning เนื้อหาภายใน Reading โดยที่ไม่จำเป็นต้องอ่านทั้งหมด จะมีวิธีการอย่างไรบ้างนั้น เรามาศึกษาไปพร้อมๆกัน

 

Skimming คืออะไร?

Skimming คือการอ่านแบบรวดเร็ว เป็นการมองภาพรวมของบทความ เพื่อให้เข้าใจจุดประสงค์ หรือ Main idea ของ Reading นั้น การอ่านแบบ Skimming นั้นจะช่วยประหยัดเวลาในการอ่านเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับการอ่านบทความแบบละเอียดทุกคำ ซึ่งการอ่านแบบนั้นอาจจะกินเวลาเป็นชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนคำของ Reading และ ความเร็วในการอ่านของแต่ละบุคคลด้วย ดังนั้นแล้ว การ Skimming จะสามารถช่วยให้ประหยัดเวลาในการทำความเข้าใจจุดประสงค์หลักของบทความนั้นได้มากพอสมควร อ้างอิงจากข้อสอบที่ไทยส่วนใหญ่แล้วนั้น ข้อสอบ Reading แต่ละบทความจะอยู่ที่ประมาณ 150-600 กว่าคำ ซึ่งการ Skimming จะใช้เวลาเพียง 1 นาทีต่อ 700 คำเท่านั้น

 

นอกจากนั้นการ Skimming ไม่เพียงแต่นำมาใช้ในการทำข้อสอบ Reading เพียงเท่านั้น ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการ Review บทเรียนก่อนสอบ หรือนำการ Skimming ไปใช้ในการ Research ค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานหรือ Thesis เพื่อตัดสินใจว่าคุณจำเป็นต้องอ่านบทความนั้นไหม บทความนั้นมีเนื้อหาที่จำเป็นหรือมีสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่คุณกำลังค้นคว้าหรือไม่ หากใช่ก็เก็บไว้เพื่อใช้การ Scanning ในการหาข้อมูลเชิงลึกต่อไป หรือถ้าไม่เกี่ยวข้องกันก็จะได้ไม่เสียเวลามานั่งอ่านอีกต่อไป

 

Scanning คืออะไร?

Scanning คือการอ่านแบบรวดเร็วเช่นเดียวกันกับการอ่านแบบ Skimming แต่จะใช้เวลานานกว่า เพราะจุดประสงค์ของการอ่านแบบ Scanning นั้นจะเจาะลึกมากกว่า ผู้อ่านไม่จำเป็นต้องอ่านทุกตัวอักษร แต่จะเป็นการอ่านแบบเลือกอ่านเฉพาะคีย์เวิดที่สำคัญ หรือจะใช้การ Scanning หาข้อมูลที่เฉพาะ เช่น ตัวเลข จำนวน วันเดือนปี ชื่อเฉพาะ สถานที่ เป็นต้น

 

นอกจากนี้การ Scanning ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบได้เช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น การ Scanning ในวิชาประวัติศาสตร์เพื่อจดโน้ตข้อมูลสำคัญอย่าง วันที่ สถานที่ ที่เป็นข้อมูลที่อาจจะออกในข้อสอบ หรือนำการ Scanning ไปใช้ในการค้นคว้าหาข้อมูลด้วยการโฟกัสที่ keywords โดยการ Scanning 1 ครั้ง ต่อ keyword 1 คำ เป็นต้น เมื่อคุณทำการ Scanning ไปพบคำหรือวลีที่ต้องการแล้วก็ขอให้หยุดและทำการอ่านประโยคนั้น รวมถึงประโยคที่ใกล้เคียงอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

 

Skimming and Scanning ทำไมถึงต้องใช้คู่กัน?

การจะอ่านเพื่อจับใจความหรือทำข้อสอบ Reading นั้น จำเป็นที่จะต้องใช้การอ่านแบบ Skimming และ Scanning ควบคู่กันไป เพราะเพียงแค่ Skimming คงไม่เพียงพอที่จะเข้าใจเนื้อหาของ Reading ทั้งหมด และอาจจะทำให้เข้าใจผิดพลาดได้ เพราะข้อสอบ Reading เหล่านี้ชอบเขียนให้ผู้อ่านสับสน ต้องทำการวิเคราะห์คำตอบด้วย ไม่ใช่ว่าอ่านแล้วจะตอบได้เลยทันที

 

หากจะเปรียบเทียบ การ Skim คือ การดำน้ำตื้น หรือ Snorkeling เป็นการอ่านแบบผิวเผิน ไม่ได้เจาะลึกรายละเอียดอะไรมากนัก เพียงแค่ต้องการทราบถึงจุดประสงค์ของผู้เขียน ใจความสำคัญของบทความนั้น และการ Scanning ก็คือการดำน้ำลึก หรือ Diving ซึ่งเป็นการอ่านแบบเจาะลึกรายละเอียดเพื่อเก็บเกี่ยวข้อมูลที่สำคัญกว่าข้อมูลทั่วๆไป ดังนั้นแล้วหลักการ Skimming and Scanning นั้นจำเป็นต้องทำควบคู่กันไป ไม่ควรละอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

หลักการอ่านแบบ Skimming และ Scanning

การจะนำหลักการอ่านแบบ Skimming และ Scanning ไปใช้กับการทำข้อสอบ Reading มีวิธีการดังนี้

 

  1. เริ่มจากการอ่านหัวข้อหรือ Topic ของบทความ ตัวอย่างเช่น หัวข้อ Reading เกี่ยวกับการทำแท้ง หรือ Abortion
  2. ย้อนลงไปอ่านคำถามทั้งหมดก่อนที่จะอ่านเนื้อหาภายใน Reading เพื่อที่จะได้รู้ว่าเราต้องหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง และที่สำคัญ ต้องอ่านคำตอบทั้งหมดของแต่ละข้อด้วย
  3. เริ่มทำการ Skimming เพื่อจับใจความว่าผู้เขียนนั้นเห็นด้วยหรือไม่กับการทำแท้ง พร้อมจับใจความคร่าวๆว่าเนื้อหาภายในนั้นผู้เขียนต้องการจะสื่ออะไรบ้าง โดยข้อสอบ Reading ส่วนมากนั้น มักจะมี 1 คำถามที่ชอบถามว่า ใจความสำคัญของบทความนั้นเกี่ยวกับอะไร ซึ่งเราได้ทำการ Skimming มาแล้ว เราก็จะสามารถตอบคำถามในข้อนี้ได้ทันที หลังจากนั้นแล้วให้ลองตอบคำถามข้ออื่นๆ หากยังไม่มั่นใจก็อย่าพึ่งรีบตัดสินใจ
  4. เริ่มทำการ Scanning เพื่อทำการหาคำตอบที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น คำถามส่วนมากจะถามเรียงลงมาจาก Paragraph แรก เมื่อเราได้คำตอบข้อแรกๆแล้ว เราก็สามารถทำการ Scanning ใน Paragraph ต่อๆไปได้เลยโดยไม่ต้องอ่านเนื้อหาด้านบนซ้ำๆ ให้เสียเวลา

 

เรียนภาษาอังกฤษ กับ Premier Prep เข้าใจครบเรื่องการอ่าน

สรุปแล้วนั้นการอ่านแบบ Skimming and Scanning คือวิธีการที่ดีที่จะสามารถช่วยให้คุณทำข้อสอบ Reading ได้โดยใช้เวลาไม่นาน ทำให้มีเวลาเหลือไปทำข้อสอบในส่วนอื่นๆได้ และการ Skim Scan นั้นเป็นของคู่กัน เป็นวิธีการที่ต้องทำควบคู่กันไป ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

หากอยากรู้เทคนิคดีอื่นๆเพิ่มเติมที่สามารถนำไปประยุกต์ในการเรียน การสอบวิชาภาษาอังกฤษนอกเหนือจากการ Scanning and Skimming แล้วนั้น สามารถมาลงคอร์สเรียนที่ Premier Prep ได้เลย มีคอร์สให้เลือกเรียกอย่างหลากหลาย พร้อมปูให้ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน สอนเทคนิคที่สามารถนำไปใช้ได้จริงทั้งในและนอกห้องเรียน ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ทดลองเรียนฟรี